Username :
Password :
 
 
คำถามที่พบบ่อย
คำถามทั่วไป หมวดคำถาม   

ค้นหาคำถาม

  Q : สอบถามว่าขั้นตอนการนำกลับฐานข้อมูลต้องทำอย่างไรบ้าง
  A : แนะนำว่าให้เข้าไปที่เมนู --> ตั้งค่าระบบ --> ผู้ใช้งานระบบ --> สำรอง/นำกลับฐานข้อมูล --> นำกลับฐานข้อมูล --> Browse ไฟล์ Backup ที่ต้องการนำเข้า --> กดปุ่มนำกลับฐานข้อมูล --> OK

  Q : สอบถามว่าการสำรองฐานข้อมูลในโปรแกรมฯ e-Claim (Offline) ต้องทำอย่างไร
  A : แนะนำให้เข้าเมนูตั้งค่าระบบ --> ผู้ใช้งานระบบ --> สำรอง/นำกลับ ฐานข้อมูล จากนั้นกดปุ่มสำรองฐานข้อมูล เมื่อสำรองฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลที่สำรองไว้จะเก็บไว้ที่ไดร์ฟ C:\ECLAIM2008\Datas\Backup\ชื่อไฟล์ที่สำรองข้อมูล

  Q : หน่วยบริการทำไฟล์ .ecd หาย และยังไม่ได้ส่งไฟล์นั้น ให้ สปสช. เพื่อประมวลผลข้อมูล จะต้องทำอย่างไร
  A : แนะนำให้ติดต่อมาที่ทีมพัฒนาโปรแกรมฯ e-Claim พร้อมกับทำหนังสือออกจากหน่วยงานเพื่อแจ้งความประสงค์ของท่าน โดยให้สำรองฐานข้อมูล (ส่ง Backup File) และรายละเอียดไฟล์ที่หาย โดยส่งมาที่เมล์ e-claim@nhso.go.th เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและปรับสถานะข้อมูลให้เป็น “รอส่ง” ใหม่อีกครั้ง เมื่อทีมพัฒนาโปรแกรมฯ e-Claim ทำการปรับสถานะให้เรียบร้อยแล้ว จะส่งฐานข้อมูลกลับให้ทางเมล์ของท่าน และจะแจ้งกลับทางโทรศัพท์ให้ทราบอีกครั้ง

  Q : หน่วยบริการส่งข้อมูล ( ไฟล์ .ecd ) ผ่านเว็บไซต์ http://eclaim.nhso.go.th ไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
  A : แนะนำให้ส่ง Username/Password และ ไฟล์ .ecd ดังกล่าวมาที่อีเมล์ e-claim@nhso.go.th หรือ eclaim@live.com เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการส่งข้อมูลให้ เมื่อดำเนินการส่งข้อมูลให้เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งกลับทางเมล์ให้หน่วยบริการรับทราบต่อไป หรือหน่วยบริการอาจประสานทาง Helpdesk เขตที่ท่านสังกัดอยุ่ ให้ช่วยส่งข้อมูลให้ ได้เช่นเดียวกัน

  Q : การติดตั้งโปรแกรม e-Claim จะติดตั้งอย่างไร ข้อมูลเดิมที่มีอยู่ในเครื่องถึงจะไม่สูญหาย
  A : กรณีที่มีการปรับเวอร์ชั่นใหม่ของโปรแกรม e-Claim นั้น แนะนำให้ Remove โปรแกรม e-Claim เดิมออกไปก่อน โดยไปที่เมนู Start --> Control Panel --> Add or Remove Program --> E-CLAIM 2008 --> กด Remove จากนั้นทำการติดตั้งโปรแกรม e-Claim เวอร์ชั่นใหม่ พร้อมกับทำการปรับปรุงตารางข้อมูล Offline โดยใช้ DatabasePatch ที่มากับโปรแกรมฯ ทำการปรับปรุงด้วยทุกครั้ง ซึ่งเหตุผลในการอัพเดท DatabasePatch นั้น ก็เพื่อปรับปรุง และดำเนินการแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมจากเวอร์ชั่นเดิม และในการทำเช่นนี้ข้อมูลเดิมที่อยู่ในเครื่องจะไม่หาย เนื่องจากไม่ได้ลบฐานข้อมูลที่อยู่ในไดร์ฟ C:\ECLAIM 2008

  Q : กรณีที่ต้องการแก้ไขข้อมูลที่ผ่าน A แต่ข้อมูลออก Statement ไปแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไร
  A : ในกรณีที่ต้องการแก้ไขข้อมูลที่ผ่าน A และออก Statement ไปแล้ว ให้ดำเนินการแก้ไขในเมนู e-Appeal ซึ่งจะมีคู่มือให้ศึกษาขั้นตอนและวิธีการแก้ไข อยู่ที่หน้าเว็บไซต์ http://eclaim.nhso.go.th/webComponent/download/DownloadAction.do ในเมนูดาวน์โหลด --> คู่มือการใช้งานโปรแกรม และรายละเอียดการผิดพลาดของข้อมูล (รหัสติด C) --> หัวข้อการขออุทธรณ์ ( e-Appeal )

  Q : กรณีที่ต้องการแก้ไขข้อมูลที่ผ่าน A แล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไร
  A : ในกรณีที่ต้องการแก้ไขข้อมูลที่ผ่าน A แล้ว ให้ดำเนินการแก้ไขในเมนู e-Pac ซึ่งจะมีคู่มือให้ศึกษาขั้นตอนและวิธีการแก้ไข อยู่ที่หน้าเว็บไซต์ http://eclaim.nhso.go.th/webComponent/download/DownloadAction.do ในเมนูดาวน์โหลด --> คู่มือการใช้งานโปรแกรม และรายละเอียดการผิดพลาดของข้อมูล (รหัสติด C) --> หัวข้อ คู่มือการขอแก้ไขข้อมูล (e-Pac)

  Q : การขอเบิกค่ารถ Refer ในกรณี Refer IN/ Refer OUT ต้องทำการบันทึกข้อมูลอย่างไร
  A : การขอเบิกค่ารถ Refer IN/ Refer OUT กรณีผู้ป่วยใน 1. กรณี Refer IN ในเมนู AE/RF ในช่อง “รับจาก” ต้องระบุรหัสหน่วยบริการที่รับมา 2. กรณี Refer OUT ในเมนู AE/RF ในช่อง “ส่งไปยัง” ต้องระบุรหัสหน่วยบริการที่ส่งไป 3. ช่องวัตถุประสงค์ ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการรับส่งต่อ เช่น วินิจฉัย, รับรักษา, รับไว้รักษาต่อเนื่อง(ส่งกลับ), ตามความต้องการของผู้ป่วย และกรณี Refer out เมนู รับ/จำหน่าย/สิทธิ ในเมนู (F1) ประเภทการจำหน่ายต้องเลือกเป็น Transfer เท่านั้น กรณีผู้ป่วยนอก 1. ให้คลิกที่ช่อง มีการส่งต่อ 2. ในช่อง “รับจาก” ต้องระบุรหัสหน่วยบริการที่รับมา 3. ช่องวัตถุประสงค์ ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการรับส่งต่อ เช่น วินิจฉัย, รับรักษา, รับไว้รักษาต่อเนื่อง(ส่งกลับ), ตามความต้องการของผู้ป่วย 4. ในช่อง “ส่งไปยัง” ต้องระบุรหัสหน่วยบริการที่ส่งไป 5. ช่องวัตถุประสงค์ ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการรับส่งต่อ เช่น วินิจฉัย, รับรักษา, รับไว้รักษาต่อเนื่อง(ส่งกลับ), ตามความต้องการของผู้ป่วย เป็นต้น

  Q : กรณีที่มีการผ่าตัดหัตถการเกิน 9 ครั้ง ต้องบันทึกข้อมูลการผ่าตัดหัตถการ ในโปรแกรมฯ e-Claim อย่างไร
  A : กรณีที่มีการผ่าตัดหัตถการเกิน 9 ครั้ง ให้หน่วยบริการบันทึกข้อมูลในโปรแกรมฯ e-Claim มาแค่ 9 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากในการคำนวณหาค่า AdjRW จะใช้ข้อมูลไม่เกินจำนวนครั้งดังกล่าว เพื่อนำการไปคำนวณหาค่า AdjRW ต่อไป

  Q : หน่วยบริการส่งข้อมูลเข้ามาประมวลผลที่ส่วนกลางแล้ว แต่ภายหลังพบว่าข้อมูลที่ส่งมานั้น มีข้อผิดพลาดบางประการ ต้องการลบข้อมูล มีวิธีการทำอย่างไร
  A : ให้หน่วยบริการทำหนังสือราชการออกจากหน่วยงานของท่าน เพื่อแสดงความจำนงในการขอลบข้อมูลชุดนั้น แล้วส่งหนังสือเข้ามาที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (โดยทางเครื่องโทรสาร หรือแนบไฟล์ผ่านเมลล์ ให้กับสปสช.) เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือแล้วจะดำเนินการลบข้อมูลชุดนั้นให้

  Q : รหัสโครงการพิเศษ (Project code) : ART7RF สามารถใช้ได้ในกรณีใด
  A : รหัสโครงการพิเศษ (Project code) : ART7RF 1. ใช้ได้เฉพาะกรณีผู้ป่วยใน 2. สถานพยาบาลที่รับ Refer ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ไม่อยู่ใน UC 3. หน่วยบริการต้นสังกัดต้องเป็นผู้บันทึกขอเบิกค่าใช้จ่ายผ่านโปรแกรมฯ e-Claim

  Q : เมื่อดาวน์โหลดไฟล์ผลตอบกลับ (REP) กลับไปแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร
  A : แนะนำให้เข้าไปที่โปรแกรม e-Claim (offline) ดังนี้ 1. ไปที่ เมนูบริการ --> รับข้อมูล --> นำเข้าข้อมูลการตรวจสอบจาก สปสช. 2. เลือกเครื่องหมายถูก หรือเลือกไฟล์ผลตอบกลับ (REP) ที่ต้องการนำเข้า --> กดปุ่มนำเข้า 3. สถานะข้อมูลนำเข้าจะแจ้งว่า ข้อมูลผ่านการตรวจสอบขั้นต้นจากสปสช. จำนวนเท่าไหร่, ข้อมูลไม่ผ่านการตรวจสอบขั้นต้นจากสปสช. จำนวนเท่าไหร่ และจำนวนข้อมูลทั้งหมดเท่าไหร่ เป็นต้น 4. หลังจากนำเข้าไฟล์ผลการตอบกลับ (REP) เข้าโปรแกรมฯ ครบแล้วให้ตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดที่ต้องแก้ไขหรือไม่ 5. ให้ทำการแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาด (ติด C จากสปสช.) แล้วทำการแก้ไขข้อมูล และบันทึกข้อมูลให้เรียบร้อย 6. เมื่อทำการแก้ไขข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะอยู่ในสถานะรอส่ง ให้ทำการ export ข้อมูลที่รอส่งนั้น แล้วให้ทำการส่งข้อมูลเข้ามาที่ สปสช. (ผ่านหน้าเว็บ) เพื่อทำการประมวลผลอีกครั้ง

  Q : ชื่อ-สกุล เมื่อนำเข้า 12 แฟ้ม ชื่อ-สกุล ไปรวมอยู่ในช่อง นามสกุล ช่องชื่อกลายเป็น คำนำหน้าชื่อต้องแก้ไขอย่างไร
  A : ในแฟ้ม PAT แนะนำให้ตัดคำนำหน้าชื่อ ในฟิลด์ชื่อ NAMEPAT ออก (เนื่องจากรูปแบบที่ใช้คือ (ชื่อผู้ป่วย) เว้นวรรค (นามสกุล) , (คำนำหน้าชื่อ) เช่น สมชาย รักชาติยิ่ง,นาย) หรือถ้าหน่วยบริการส่งข้อมูลออกมาเป็นรูปแบบ (คำนำหน้า) เว้นวรรค (ชื่อผู้ป่วย) เว้นวรรค (นามสกุล) สามารถใช้วิธีการตัดคำนำหน้าชื่อออกได้เลยครับ โปรแกรมฯ จะสามารถใส่คำนำหน้าชื่อในช่อง คำนำหน้าชื่อได้อัตโนมัติ และสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างแฟ้มมาตรฐานในการนำเข้าข้อมูลโดยใช้งานกับโปรแกรมฯ e-Claim เพื่อศึกษาหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ http://eclaim.nhso.go.th ที่เมนูดาวน์โหลด (หัวข้อ แฟ้มมาตรฐานในการนำเข้าข้อมูลโดยใช้งานกับโปรแกรมฯ e-Claim)

  Q : พระภิกษุสงฆ์ /หม่อมหลวง และอื่นๆ ให้เลือกคำนำหน้าชื่อเป็นอะไร
  A : ให้เลือกตามเพศ เนื่องจากโปรแกรมฯ ไม่ได้นำมาคำนวณ เกี่ยวกับคำนำหน้าชื่อ (ซึ่งหน่วยบริการสามารถบันทึกลงในระบบได้ครับ) เช่น ถ้าเป็นเพศหญิง ใส่เป็น เด็กหญิง, นางสาว หรือนาง หรือเพศชาย ใส่เป็น เด็กชาย หรือนาย

  Q : ส่งข้อมูลเข้ามาแล้วจะสามารถดูไฟล์ข้อมูลผลการตรวจสอบ (REP) ได้จากที่ไหน
  A : สามารถดูไฟล์ตอบกลับ REP ได้ที่เว็บไซต์ http://eclaim.nhso.go.th --> login โดยใช้ Username/Password ในระบบ Data Center --> เลือกเมนูข้อมูลผลการตอบกลับ REP --> ดาวน์โหลดไฟล์ตอบกลับ REP กลับไปตรวจสอบ/แก้ไขข้อมูล (ในกรณีที่คนไข้ติด C ให้ทำการแก้ไขแล้วส่งกลับมาประมวลผลใหม่อีกครั้ง

  Q : ต้องการดาวน์โหลดโปรแกรมฯ e-Claim เวอร์ชั่นล่าสุด สามารถดาวน์โหลดได้จากไหน
  A : สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://eclaim.nhso.go.th --> เมนูดาวน์โหลด (ซึ่งสามารถเลือกดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรมฯ e-Claim ทั้งแบบเต็ม : Full Version หรือ แบบปรับปรุงตารางข้อมูล Offlineเพิ่มเติม : DatabasePatch)

  Q : ได้ Username และ Password มาแล้ว แต่ไม่สามารถเข้าใช้งานในเว็บไซต์ได้
  A : เมื่อได้รับ Username และ Password เรียบร้อยแล้ว ในครั้งแรกรบกวนให้เข้าที่หน้าเว็บ dc.nhso.go.th/datacenter/ เพื่อทำการ Log-in และทำการเปลี่ยน Password (ระบบจะบังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่าน) ก่อน เสร็จแล้วจึงจะเข้าใช้งานได้ตามปกติครับ

  Q : จุดสังเกตุในการโอนเข้า 12 แฟ้มข้อมูลเข้าโปรแกรมฯ ไม่สามารถนำเข้าได้ หรือเกิดปัญหา !
  A : ข้อที่ 1. ตรวจสอบโครงสร้าง 12 แฟ้มข้อมูล ว่าตรงหรือไม่ ข้อที่ 2. ชื่อแฟ้มไฟล์ มีจำนวนเกิน 8 ตัวอักษร ข้อที่ 3. จำนวนแฟ้มไฟล์ในการนำเข้า 12 แฟ้มข้อมูล ต้องมีอย่างน้อย 4 แฟ้มข้อมูล (ผู้ป่วยใน INS, PAT, IPD และ IRF ผู้ป่วยนอก INS, PAT, OPD และ ORF : ซึ่งถ้าต้องการส่งข้อมูลผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก พร้อมกัน จะต้องมีอย่างน้อย 6 แฟ้มข้อมูล คือ INS, PAT, IPD, IRF, OPD และ ORF) ข้อที่ 4. ชื่อแฟ้มไฟล์ 3 ตำแหน่งแรก ไม่ตรงกันกับชื่อ 12 แฟ้มไฟล์มาตรฐาน

  Q : การติดตั้งโปรแกรมฯ โดยทำการแยกการทำงาน (ของผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก) สามารถทำได้หรือไม่ ?
  A : ในการติดตั้งโปรแกรมฯ สามารถติดตั้งโปรแกรมฯ โดยติดตั้งแยกเป็น 2 เครื่องได้ครับ (แต่ทางทีมงานพัฒนาโปรแกรมฯ ไม่แนะนำครับ ควรที่จะติดตั้งเป็นแบบ Server-Client จะดีกว่าครับ) ในการติดตั้งแยกเครื่องของโปรแกรมฯ ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก การส่งข้อมูลให้กับทาง สปสช. จะส่งแยกไฟล์มาครับ เพราะฉะนั้น ในการรับข้อมูลกลับไปจะต้องสังเกตุว่าไฟล์ที่นำกลับไป เป็นไฟล์ของชุดข้อมูลเดียวกันกับข้อมูลที่ส่งหรือไม่ครับ

  Q : ทำอย่างไร ? ถ้านำเข้าข้อมูล 12 แฟ้มไม่ได้
  A : อาจเกิดจาก เวอร์ชันของไฟล์ไม่ตรงกับที่ทางโปรแกรมสามารถอ่านได้ โดยทำการส่งไฟล์ (12 แฟ้มไฟล์) ที่ไม่สามารถนำเข้าข้อมูลได้ ส่งมาให้ทางทีมงานพัฒนาโปรแกรมฯ (e-Claim) ได้ที่อีเมลล์ e-claim@nhso.go.th เพื่อให้ทางทีมงานฯ ทำการแปลงเวอร์ชันในการนำเข้าครับ และในบางกรณีเกิดจากไฟล์ที่นำเข้ามีชื่อไฟล์เกิน 8 ตัวอักษร (ซึ่งเป็นความผิดพลาดของโปรแกรมฯ ทางทีมงานฯ กำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ครับ) รบกวนให้ทางหน่วยบริการ หรือโรงพยาบาลเปลี่ยนชื่อไฟล์ให้ไม่เกิน 8 ตัวอักษร และลองนำเข้าอีกครั้งครับ จะสามารถนำเข้า และใช้งานได้ปกติครับ

หน้าที่ 1 2 3 4 5 6 7  ทั้งหมด 122 รายการ