Username :
Password :
 
 
คำถามที่พบบ่อย
คำถามทั่วไป หมวดคำถาม   

ค้นหาคำถาม

  Q : อยากทราบประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขที่ผู้มีสิทธิจะได้รับโดยมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  A : ประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขที่ผู้มีสิทธิจะได้รับโดยมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 1. ยาต้านไวรัสเอดส์ 2. การรักษาผู้ป่วยโรคจิตเวช กรณีที่ต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในเกินกว่า 15 วัน 3. การผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ที่มีภาวะตับวายจากท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิดหรือตับวายจากโรคอื่นๆ 4. การปลูกถ่ายหัวใจ

  Q : กรณีที่ผู้มีสิทธิประสบภัยจากรถแต่เข้ารับการรักษายังหน่วยบริการที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ต้องดำเนินการอย่างไร
  A : แจ้งใช้สิทธิพร้อมหลักฐานประกอบได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการออกให้ (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาใบสูติบัตร (ใบเกิด)) สำเนา พ.ร.บ.รถที่ประสบภัย - ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อประสานหาเตียงรองรับ ในการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพต่อเนื่อง - หากมีความเสียหายเกินค่าเสียหายเบื้องต้น ให้ผู้ป่วยสำรองจ่ายแล้วไปรับคืนจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณี(กรณีได้ข้อยุติว่ารถของคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด)

  Q : กรณีผู้มีสิทธิประสบอุบัติเหตุจากรถสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ ต่อเนื่องจากค่าเสียหายเบื้องต้นที่กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถหรือบริษัทประกันภัยเป็นผู้จ่าย ได้อย่างไร
  A : ให้ผู้ป่วยสำรองจ่ายแล้วไปรับคืนจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณี (กรณีได้ข้อยุติว่ารถคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด) หากมีความเสียหายเกินค่าเสียหายเบื้องต้นที่กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถหรือบริษัทประกันภัยเป็นผู้จ่าย

  Q : ประโยชน์ที่จะได้รับในกรณีที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพ สามารถรับบริการสาธารณสุขครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
  A : 1. การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการควบคุมโรค (1) การตรวจและดูแลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ (2) การดูแลสุขภาพเด็ก พัฒนาการและภาวะโภชนาการ รวมถึงการให้ภูมิคุ้มกันโรคตามแผนงานการให้ ภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ (3) การตรวจสุขภาพประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง (4) การวางแผนครอบครัว (ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย ห่วงอนามัย ยาฝังคุมกำเนิด และการทำหมัน ถาวร) (5) ยาต้านไวรัสเอดส์ (6) การเยี่ยมบ้าน และการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (7) การให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการในระดับบุคคลและครอบครัว (8) การให้คำปรึกษา (counseling) และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพ (9) การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก ได้แก่ การตรวจสุขภาพช่องปาก การแนะนำด้านทันตสุขภาพ การให้ฟลูออไรด์เสริมในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุ เช่น กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ รวมทั้งการเคลือบหลุมร่องฟัน 2. การตรวจ การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์จนสิ้นสุดการรักษา ทั้งนี้รวมถึงการแพทย์ทางเลือกที่ผ่านการรับรองของคณะกรรมการ 3. การคลอดบุตร รวมกันไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีที่บุตรมีชิวิตอยู่ (กรณีบุตรคลอดแล้วรอดออกมามีชีวิต) โดยนับตั้งแต่ใช้ สิทธิในโครงการหลักประกันสุขภาพ 4. ค่าอาหาร และค่าห้องสามัญ 5. การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหินปูน การทำฟันปลอมฐานพลาสติก การรักษาโพรงประสาทฟันน้ำนมและการใส่เพดานเทียมในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ 6 ยาและเวชภัณฑ์ตามกรอบบัญชียาหลักแห่งชาติ 7. การจัดส่งต่อเพื่อการรักษาระหว่างหน่วยบริการ 8. การบริการทางการแพทย์หรือค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากข้อ (1) - (7) ที่คณะกรรมการกำหนด

  Q : แนวทางการใช้สิทธิสำหรับผู้ที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  A : 1.เข้ารับการรักษากับหน่วยบริการของรัฐหรือของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการที่อยู่ใกล้ที่สุด 2. แจ้งความจำนงขอใช้สิทธิพร้อมแสดงหลักฐานประกอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีสำเนาสูติบัตร

  Q : กรณีการเบิกค่าบริการฟันปลอม สิทธิUC สามารถคีย์เบิกได้ตลอดทั้งปีหรือไม่
  A : สามารถส่งเบิกได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าส่งไม่ทันภายในรอบเวลาที่กำหนดจะเป็นการส่งล่าช้า และการเบิกฟันปลอมสามารถเบิกได้ 5 ปี / 1 ครั้ง / 1 คน

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัสเบิก = 7207a จำนวน 1 = 24000 , 7207b จำนวน 2 = 24000 ติด Deny I04 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบว่าแพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอกี่ระดับ และบันทึกการเบิกให้ถูกต้อง ดังนี้ 1.บันทึกเบิกระดับแรก รหัสอุปกรณ์ = 7207a จำนวนชิ้น = 1 โดย - บันทึก ICD9 = spinal fusion (81.0..--) ตามตำแหน่งและวิธีการผ่าตัด เช่น 81.01 = Atlas-axis spinal fusion; Craniocervical fusion by anterior, transoral, or posterior technique C1-C2 fusion by anterior, transoral, or posterior technique Occiput C2 fusion by anterior, transoral, or posterior technique 81.02 = Other cervical fusion, anterior technique; Arthrodesis of C2 level or below: anterior (interbody) technique anterolateral technique 81.03 = Other cervical fusion, posterior technique; Arthrodesis of C2 level or below: posterior (interbody) technique posterolateral technique หากเบิกมากกว่า 1 ชุด ต้องระบุจำนวนระดับการผ่าตัด เพิ่มเติม ตามข้อ 2. กระดูกสันหลังส่วนคอ ประกอบด้วย Cervical: C1 (atlas), C2 (axis), C3, C4, C5, C6, C7 2.บันทึกเบิกระดับถัดไป รหัสอุปกรณ์ = 7207b จำนวนชิ้น = …. โดย - บันทึก ICD9 ให้ตรงกับจำนวนระดับการผ่าตัด เช่น 8162 = Fusion or refusion of 2-3 vertebrae (ผ่าตัดไม่เกิน 3 ระดับ), 8163 =Fusion or refusion of 4- 8 vertebrae (ผ่าตัด 4 – 8 ระดับ)

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัส 9202,9203,9204 และ 9205 ติด Deny I03 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบ การบันทึกรหัสหัตถการ สำหรับเบิกฟันเทียม คือ 9997

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัส 9202,9203,9204 และ 9205 ติด Deny I04 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบว่า การบันทึกรหัสโรคสำหรับเบิกฟันเทียม คือ K080 = Exfoliation of teeth due to systemic causes และรหัสหัตถการ = 99.97 Fitting of denture - K081 = Loss of teeth due to accident, extraction or local periodontal disease และรหัสหัตถการ = 99.97 Fitting of denture - K082 = Atrophy of edentulous alveolar ridge และรหัสหัตถการ = 99.97 Fitting of denture สำหรับการเบิกฟันเทียมแต่ละชนิด ควรตรวจสอบการให้บริการและบันทึกเบิกให้ถูกต้อง กรณีเบิกฟันเทียมทั้งปากไม่สามารถเบิกฟันเทียมชนิดอื่นร่วมด้วยได้

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัส 7208B ติด Deny I04 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบว่าแพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลังกี่ระดับ และบันทึกการเบิกให้ถูกต้อง ดังนี้ 1.บันทึกเบิกระดับแรก รหัสอุปกรณ์ = 7208a จำนวนชิ้น = 1, บันทึก ICD9 = spinal fusion (81.0..--) ตามตำแหน่งและวิธีการผ่าตัด 2.บันทึกเบิกระดับถัดไป รหัสอุปกรณ์ = 7208b จำนวนชิ้น = จำนวนระดับที่ผ่าตัด โดยบันทึก ICD9 ให้ตรงกับจำนวนระดับกระดูกสันหลังที่ผ่าตัด เช่น 8162 ผ่าตัดไม่เกิน 3 ระดับ, 8163 ผ่าตัด 4 – 8 ระดับ, 8164 ผ่าตัดตั้งแต่ 9 ระดับขึ้นไป

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัส 8814 ติด Deny I04 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบว่า การตรวจประเมินเท้าผู้ป่วยเบาหวานเคยมีประวัติการเป็นแผลและถูกตัดนิ้วเท้า หรือไม่ ถ้ามี จะเข้าเกณฑ์ขอชดเชย อุปกรณ์ 8814 (รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูงฯ) โดยมีแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยเบาหวานลงนามการสั่งจ่ายอุปกรณ์ ทั้งนี้ หน่วยบริการต้องทำหนังสือขออนุมัติไปที่ สปสช. และได้รับแจ้งกลับการอนุมัติ จึงดำเนินการส่งข้อมูลเบิกตามโปรแกรม e-Claim หลังจากจ่ายรองเท้าให้ผู้ป่วยแล้ว การให้รหัสโรคที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ E114 หรือ E115 และต้องมี Z89.4 หรือ Z89.46 หรือ Z89.47

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัส 8813 ติด Deny I04 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบว่า การตรวจประเมินเท้าผู้ป่วยเบาหวานเคยมีประวัติเท้าเป็นแผล หรือไม่ ถ้ามี จึงจะเข้าเกณฑ์ขอชดเชย อุปกรณ์ 8813 (รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงฯ) โดยมีแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยเบาหวานลงนามการสั่งจ่ายอุปกรณ์ ทั้งนี้ หน่วยบริการต้องทำหนังสือขออนุมัติไปที่ สปสช. และได้รับแจ้งกลับการอนุมัติ จึงดำเนินการส่งข้อมูลเบิกตามโปรแกรม e-Claim หลังจากจ่ายรองเท้าให้ผู้ป่วยแล้ว การให้รหัสโรคที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ E114 หรือ E115

  Q : เบิกรายการอุปกรณ์ รหัส 8612 ติด Deny I04 ต้องแก้ไขอย่างไร
  A : หน่วยบริการต้องตรวจสอบว่า การตรวจประเมินเท้าผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะ 1. เท้าชา 2. ลักษณะเท้ามีความผิดปกติ หรือไม่ ถ้ามีทั้งสองเงื่อนไข จึงจะเข้าเกณฑ์ขอชดเชย อุปกรณ์ 8612 (อุปกรณ์พยุงส้นเท้าและฝ่าเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงฯ) โดยมีแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยเบาหวานลงนามการสั่งจ่ายอุปกรณ์ การให้รหัสโรคที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ E114 + M20.-, หรือ E114 + M21.-,

  Q : ติด C 459 ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างไร
  A : C 459 คือ ข้อมูลการรักษาผู้ป่วยกรณี Leukemia หรือ Lymphoma ไม่ตรงตามที่ได้ลงทะเบียนในระบบ วิธีปฏิบัติ/แนวทางการแก้ไข : ตรวจสอบข้อมูลการรักษา( Leukemia หรือ Lymphoma ) ต้องตรงกับข้อมูลที่ได้ลงทะเบียนในระบบ ตลอดระยะเวลา 1 ปี

  Q : ติด C 460 ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างไร
  A : C460 คือ ข้อมูลที่ส่งเบิกกรณี Leukemia/Lymphoma ยังไม่ได้ทำการ Register ในระบบ วิธีปฏิบัติ/เเนวทางการแก้ไข : ทำการ Register กรณี Leukemia/Lymphoma ในระบบ on line ให้เรียบร้อยแล้วส่งข้อมูลเข้ามาใหม่อีกครั้ง

  Q : ดาวน์โหลดข้อมูลที่ขอ e-Pac / e-Appeal มาแล้ว แต่ตรวจพบว่าข้อมูลที่ดาวน์โหลดมานั้นผิดคน ถ้าไม่ส่งกลับไปจะมีผลกับข้อมูลเดิมหรือไม่
  A : หากดาวน์โหลดข้อมูล e-Pac / e-Appeal กลับไปแล้ว ไม่ได้ทำการแก้ไข หรือ ไม่ได้ส่งกลับมา ก็ไม่มีผลใดๆ ทางเจ้าหน้าที่จะยึดเอาข้อมูลเดิมนั้นไปออก STM ตามรอบให้ตามปกติ เพราะถือว่าเป็นข้อมูลที่ผ่าน A เเล้ว ข้อมูลที่จะขอ e-Pac หรือ e-Appeal ได้ ต้องเป็นข้อมูลที่ผ่าน A หรือ ผ่าน A เเละออก STM เเล้วเท่านั้น

  Q : การนำเข้าข้อมูลแบบ Formatted Text มีขั้นตอนอย่างไร
  A : ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูล Formatted Text จะคล้ายกับการนำเข้าข้อมูล 12 แฟ้ม แต่ต่างกันที่ การนำเข้าข้อมูล Formatted Text ข้อมูลจะเข้าไปอยู่ในตาราง Master แต่ถ้าเป็นการนำเข้าข้อมูล 12 แฟ้มจะเข้าที่ Temp ก่อน โดยมีขั้นตอนการนำเข้า ดังนี้ 1.นำเข้าข้อมูล Formatted Text ตามโครงสร้าง โดยไปที่เมนูบริการ --> รับข้อมูล -->นำเข้า Formatted Text 2.ส่งออกข้อมูลตามปกติ จะได้ไฟล์ .ecd เพื่อนำไปส่งที่เวบไซด์ 3. รอการประมวลผล และ รับ REP ตามปกติ 4. นำเข้าข้อมูลการตรวจสอบจาก สปสช. (REP)

  Q : ข้อมูลผ่าน A เรียบร้อยแล้ว แต่ ICD10 ผิด จะเข้าไปแก้ใน e-claim ต้องทำอย่างไร
  A : แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลจากเมนู "ค้นหาข้อมูลผู้ป่วย e-Claim Search" ก่อนทุกครั้ง ว่าข้อมูลที่ต้องการแก้ไขนั้น มีสถานะ (Status) เป็นอย่างไร เช่น สถานะเป็น “ผ่าน A” หรือ “ ออก Statement” การขอแก้ไขข้อมูลให้แก้ไขด้วยระบบ e-Pac หรือ e-Appeal โดยมีวิธีการตรวจสอบดังนี้ 1. ตรวจสอบสถานะข้อมูล หากพบว่าผ่าน A แต่ยังไม่ออก statement และยังไม่เกินวันตัดยอดข้อมูล ให้แก้ไขข้อมูลด้วยระบบ e-Pac 2. ตรวจสอบสถานะข้อมูล หากพบว่าผ่าน A , เกินวันตัดยอดข้อมูล เเละออก Statement แล้ว ให้แก้ไขข้อมูลด้วยระบบ e-Appeal

  Q : เครื่องโดนไวรัส และได้ทำการติดตั้งโปรแกรมใหม่ แต่ไม่ได้ backup ข้อมูลไว้ต้องทำอย่างไร
  A : หากไม่ได้สำรองข้อมูลเดิมเก็บไว้ เเละข้อมูลหายหมด ต้องทำหนังเข้ามาขอฐานข้อมูลทั้งหมดกลับ โดยให้ใช้เเบบฟอร์ม ขอฐานข้อมูลกลับจากระบบโปรแกรม e-Claim FM-20-002 เเละสามารถดาวน์โหลดเเบบฟอร์มดังกล่าวได้ที่หน้าเว็บ http://eclaim.nhso.go.th/webComponent/download/DownloadAction.do เมนูดาวน์โหลด -->หัวข้อ แบบฟอร์ม การขอฐานข้อมูลกลับจากระบบโปรแกรม e-Claim (FM-20-002) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้องเเละครบถ้วน เเละส่งเอกสารมาที่ FAX :02-143-9738 ส่วนเอกสารฉบับจริงให้ส่งตามมาทีหลังทางไปรษณีย์

  Q : เรียกรายงานจากโปรแกรม e-claim (offline) ในส่วนของผู้ป่วยใน เมื่อเลือกเงื่อนไขการเรียกดู โดยเลือกประเภทเป็นผู้ป่วยใน ปรากฏว่าในช่อง DRG และ RW บางรายการ ไม่แสดงค่า DRG และ RW ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร
  A : โดยปกติช่อง DRG และ RW จะไม่แสดงค่า ถ้าสถานะข้อมูล = 1 ส่งไปยัง สปสช. ( แปลว่า ข้อมูลส่งออกจากโปรแกรม off line แต่ยังไม่นำส่งขึ้น web หรือ ส่งแล้ว แต่ยังไม่รับ REP ) และถ้า สถานะข้อมูลเป็น 4 = ผ่านการตรวจสอบจาก สปสช (A) จะมีการแสดงค่า DRG และ RW ทุก record แต่ถ้า สถานะข้อมูลเป็น 4 = ผ่านการตรวจสอบจาก สปสช (A) แต่ไม่แสดงค่า DRG และ RW ให้กลับไปรับ REP เข้ามาใหม่อีกครั้ง

หน้าที่ 1 2 3 4 5 6 7  ทั้งหมด 122 รายการ