Username :
Password :
 
 
คำถามที่พบบ่อย
คำถามทั่วไป หมวดคำถาม   

ค้นหาคำถาม

  Q : การขอฐานข้อมูลเดิม สามารถขอดำเนินได้อย่างไร
  A : สามารถดาวน์โหลดเเบบฟอร์มได้ที่ เมนูดาวน์โหลด > หัวข้อแบบฟอร์ม > ชื่อแบบฟอร์มการขอฐานข้อมูลกลับจากระบบโปรแกรม e-Claim > FM-20-002 ใช้ในกรณีที่ต้องการขอฐานข้อมูลกลับจากระบบ e-Claim

  Q : นำเข้าไฟล์ Rep ในโปรแกรม e-Claim ไม่ได้กรณีแจ้ง Error
  A : ให้ตรวจสอบ Version ของโปรแกรมและ Database ก่อนว่าเป็นปัจจุบันหรือไม่ หรือให้รพ.บันทึกรูปภาพหน้าจอการแสดง Error มาทางเมล์ ecliam@live.com หรือ e-Claim@nhso.go.th เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ

  Q : ส่งข้อมูลเข้ามาแล้วจะสามารถดูไฟล์ข้อมูลผลการตรวจสอบ (Rep) ได้จากที่ไหน
  A : สามารถดูไฟล์ตอบกลับ Rep ได้ที่เว็บไซต์ http://eclaim.nhso.go.th > login > เลือกเมนูข้อมูลผลการตอบกลับ Rep > ดาวน์โหลดไฟล์ตอบกลับ Rep กลับไปตรวจสอบ/แก้ไขข้อมูล (ในกรณีที่คนไข้ติด C ให้ทำการแก้ไขแล้วส่งกลับมาประมวลผลใหม่อีกครั้ง)

  Q : ต้องการตรวจสอบข้อมูลของผู้ป่วย ว่ามีสถานะข้อมูลเป็น ผ่าน A, ติด C, หรือออก Statement ไปแล้ว สามารถตรวจสอบได้จากไหน
  A : หน่วยบริการสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ เมนูค้นหาข้อมูล (e-Claim Search) โดยกรอกรายละเอียดของผู้ป่วยที่ต้องการค้นหา เช่น เลขประจำตัวผู้ป่วย (HN), เลขประจำตัวผู้ป่วยใน (AN), รหัสบัตรประจำตัวประชาชน (PID), วันที่เข้ารับบริการ (Date Admit), วันที่จำหน่าย (Date Discharge) เป็นต้น แล้วกดปุ่มค้นหาข้อมูลที่แสดงนั้น จะแจ้งสถานะข้อมูลให้ทราบว่า ข้อมูลของผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ ผ่าน A, ติด C, หรือออก Statement ไปแล้วหรือไม่

  Q : ต้องการขอ Username/Password เพื่อใช้งานในระบบ e-Claim สามารถดาวน์โหลดเเบบฟอร์มได้จากที่ไหน
  A : สามารถดาวน์โหลดเเบบฟอร์มได้ที่เมนูดาวน์โหลด > หัวข้อแบบฟอร์ม > ชื่อแบบฟอร์มการขอ Username/Password โปรแกรม e-Claim

  Q : “สิทธิเบิกประกันสังคม (เบิกส่วนต่างจากสิทธิ ได้เฉพาะกรณี)” หมายความว่าอย่างไร
  A : หมายความว่าผู้ป่วยมีสิทธิประกันสังคมตนเอง หากรับบริการต้องเบิกกับสิทธิตนเองที่เป็นปะกันสังคมก่อน บางกรณีเท่านั้นที่ระบุให้เบิกส่วนต่างได้

  Q : หากต้องการที่จะแก้ไขข้อมูลที่ลงทะเบียนเบิกจ่ายตรงต้องทำอย่างไร และแก้ไขได้หรือไม่
  A : ข้อมูลที่จะทำการแก้ไขมี 5 รายการ คือ HN, เบอร์โทร, ข้อมูลการรักษาโรคข้างต้น, ข้อมูลการลงทะเบียนโรคเฉพาะ, ข้อมูลผู้รับยาแทนขั้นตอนดังนี้ เลือกโปรแกรมลงทะเบียนเบิกจ่ายตรง > เลือกประเภทสิทธิ > ใส่ข้อมูลเลขบัตรประชาชนผู้รับบริการ 13หลัก > กดตรวจสอบสิทธิ > จะขึ้นข้อมูลการลงทะเบียนเบิกจ่ายตรงของผู้รับบริการ > ทำการแก้ไข

  Q : กรณีสิทธิหลักประกันสังคม/สิทธิรองอปท.จะต้องเลือกใช้สิทธิใด
  A : (สแกนเบิกจ่ายตรงไม่ได้ ใช้การขอเลขอนุมัติเป็นรายกรณีใน 6 รายการ) ใช้สิทธิประกันสังคมก่อน ส่วนเกินเบิกอปท.เบิกส่วนต่างกรณีสิทธิหลักประกันสังคมเข้ารพ.รัฐ ดังนี้ 1.กรณีเข้ารับบริการปกติตรงกับรพ.ที่เลือกไว้และมีเพดานวงเงินกำหนดไม่สามารถเบิกเพิ่มส่วนเกินกับกรมบัญชีกลางได้ ยกเว้นเข้า รพ.รัฐ เบิกส่วนต่างได้ 6 กรณีคือ 1.1 ครรภ์ที่1,2 เบิกส่วนเกินจาก 13,000 1.2 ครรภ์ที่ 3 เบิกได้หมด 1.3 ฆ่าตัวตายที่เกิดจากเจตนาทำร้ายตัวเองหรือจงใจให้ผู้อื่นทำร้าย 1.4 ค่าฟอกไตส่วนที่เกิดจาก 1,500 บ. 1.5 การเบิกค่าวางเส้น Vascular access ซ้ำภายใน 2 ปี 1.6 ค่าทำฟันส่วนที่เกินจาก 300 บาท/ครั้ง (600 บ./ปี)

  Q : กรณีสิทธิหลักประกันสังคม/สิทธิรองข้าราชการ จะต้องเลือกใช้สิทธิใด
  A : (สแกนเบิกจ่ายตรงไม่ได้ ใช้การขอเลขอนุมัติเป็นรายกรณีใน 6 รายการ) ใช้สิทธิประกันสังคม (สิทธิตนเอง)และใช้สิทธิร่วมเป็นผู้อาศัยสิทธิข้าราชการใน 2 กรณี ดังนี้ 1.กรณีเข้ารับบริการปกติตรงกับรพ.ที่เลือกไว้และมีเพดานวงเงินกำหนดไม่สามารถเบิกเพิ่มส่วนเกินกับกรมบัญชีกลางได้ ยกเว้นเข้า รพ.รัฐ เบิกส่วนต่างได้ 6 กรณีคือ 1.1 ครรภ์ที่1,2 เบิกส่วนเกินจาก 13,000 1.2 ครรภ์ที่ 3 เบิกได้หมด 1.3 ฆ่าตัวตายที่เกิดจากเจตนาทำร้ายตัวเองหรือจงใจให้ผู้อื่นทำร้าย 1.4 ค่าฟอกไตส่วนที่เกิดจาก 1,500 บ. 1.5 การเบิกค่าวางเส้น Vascular access ซ้ำภายใน 2 ปี 1.6 ค่าทำฟันส่วนที่เกินจาก 300 บาท/ครั้ง (600 บ./ปี) 2.กรณีเข้ารับบริการปกติตรงกับรพ.ที่เลือกไว้และไม่มีเพดานวงเงินกำหนด แต่ผู้ป่วยร้องขอบริการพิเศษเองต้องจ่ายเงินส่วนเกินเอง

  Q : กรณีสิทธิหลักข้าราชการ/สิทธิหลักอปท. จะต้องเลือกใช้สิทธิใด
  A : ให้เลือกใช้สิทธิใดสิทธิหนึ่ง - กรณีเลือกใช้สิทธิข้าราชการหรือไม่แสดงความจำนงเลือกสิทธิตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ(ต.ค.)จะได้สิทธิข้าราชการอัตโนมัติ - กรณีเลือกใช้สิทธิอปท.ให้เป็นไปตามระเบียบของอปท.ไม่สามารถเบิกตามสิทธิข้าราชการได้อีกในปีนั้น

  Q : กรณีสิทธิหลักประกันสังคม/สิทธิหลักอปท. จะต้องเลือกใช้สิทธิใด
  A : ให้เลือกใช้สิทธิใดสิทธิหนึ่ง - กรณีเลือกใช้สิทธิอปท.ให้เป็นไปตามระเบียบอปท.(หากรับบริการในรพ.คู่สัญญาประกันสังคมตามระเบียบของสำนักงานประกันสังคมก็ใช้สิทธิได้ ไม่ได้ริดรอนสิทธิ) - กรณีเลือกใช้สิทธิประกันสังคม เป็นไปตามระเบียบสำนักงานประกันสังคม

  Q : กรณีสิทธิหลักข้าราชการ/สิทธิหลักประกันสังคม จะต้องเลือกใช้สิทธิใด
  A : ให้เลือกใช้สิทธิใดสิทธิหนึ่ง - กรณีเลือกใช้สิทธิข้าราชการหรือไม่แสดงความจำนงเลือกสิทธิตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ(ต.ค.)จะได้สิทธิข้าราชการอัตโนมัติ (หากรับบริการในรพ.คู่สัญญาประกันสังคมตามระเบียบของสำนักงานประกันสังคมก็ใช้สิทธิได้ ไม่ได้ริดรอนสิทธิ) - กรณีเลือกใช้สิทธิประกันสังคม เป็นไปตามระเบียบสำนักงานประกันสังคมและไม่สามารถเบิกตามสิทธิข้าราชการได้

  Q : การลบรอยสักอยู่ในสิทธิประโยชน์ของบัตรทองหรือไม่
  A : กรณีของการลบรอยสักไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ เพราะไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นการรักษาพยาบาลทางการแพทย์

  Q : ผู้มีสิทธิบัตรทองคนหนึ่งไปหาทันตแพทย์ที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าต้องรักษารากฟัน 1 ซี่และอุดฟันอีก 2 ซี่ เขาไม่รู้ว่าจะได้รับสิทธิจากบัตรทองทั้งหมดหรือไม่
  A : เรื่องของทันตกรรมนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่บัตรทองให้การคุ้มครอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ต้องเป็นกรณี การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก ได้แก่ การตรวจสุขภาพช่องปาก การแนะนำด้านทันตสุขภาพ การให้ฟลูออไรด์เสริมในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุ นอกจากนั้นยังมีกรณีผู้มีสิทธิต้องร่วมจ่าย 30 บาท ได้แก่ การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหิดปูน การทำฟันปลอมฐานพลาสติก การรักษาโพรงประสาทฟัน (เฉพาะฟันน้ำนม) และการใส่เพดานเทียมในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ แต่ในกรณีของผู้มีสิทธิบัตรทองคนนี้จะได้รับการคุ้มครองเพียงการอุดฟันเท่านั้น ส่วนการรักษารากฟันต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด

  Q : หากว่าผู้มีสิทธิบัตรทองประสบอุบัติเหตุนอกพื้นที่บัตร และได้ถูกส่งตัวจากอนามัยชุมชนไปยังโรงพยาบาลจังหวัดด้วยรถพยาบาล เพราะอาการทรุดหนัก จะต้องเสียค่ารถพยาบาลหรือไม่
  A : กรณีนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะสิทธิประโยชน์จากบัตรทองคุ้มครองไปถึงค่ายานพาหนะในการส่งตัวผู้ป่วยด้วย

  Q : การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูเพศของเด็กอยู่ในการคุ้มครองของบัตรทองด้วยหรือไม่
  A : การอัลตราซาวด์เพื่อดูเพศของเด็กถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นจึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากสิทธิบัตรทอง

  Q : ในการคลอดบุตรบัตรทองจะใช้สิทธิบัตรทองได้กี่ครั้ง
  A : จะใช้ได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น โดยนับจากบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

  Q : เมื่อก่อนเคยทำงานและมีสิทธิประกันสังคม แต่หลังจากลาออกมานาน 6 เดือนไม่มีการติดต่อจึงหมดสิทธินี้ไป ตอนนี้อยากจะทำบัตรทอง แต่ปรากฏว่าในฐานข้อมูลสิทธิประกันสังคมยังมีสิทธิอยู่จะต้องทำอย่างไร
  A : หากต้องการทำบัตรทองต้องไปขอใบรับรองการหมดสิทธิจากสำนักงานประกันสังคม จากนั้นจึงนำสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านและใบรับรองการหมดสิทธิไปยื่นขอรับบัตรทองที่สถานพยาบาลของรัฐที่ใกล้บ้าน

  Q : หากต้องการรับบัตรทองต้องทำอย่างไร
  A : ให้ไปยื่นเรื่องที่สถานพยาบาลของรัฐ อาทิสถานีอนามัย โรงพยาบาลของรัฐเป็นต้น โดยเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หากอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ใช้สำเนาใบสูติบัตรแทนสำเนาทะเบียนบ้านที่ผู้ขอทำบัตรมีชื่ออยู่ ในกรณีที่พักอาศัยไม่ตรงตามทะเบียนบ้านให้เตรียมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเป็นการยืนยัน อาทิใบเสร็จรับเงินค่าเช่า สำเนาทะเบียนบ้านที่อาศัยอยู่พร้อมทั้งหนังสือยืนยันจากเจ้าของบ้าน หรือหลักฐานที่แสดงว่าอยู่ที่นั่นจริงๆ

  Q : กรณีอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน
  A : เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุและอยู่ห่างไกลจากหน่วยบริการที่ระบุในบัตร โดยเป็นการเจ็บป่วยที่หากไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงทีแล้วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือทำให้ระบบการทำงานของร่างกายผิดปกติ รวมทั้งการเจ็บป่วยที่มีลักษณะรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้ เช่น โรคจิตเฉียบพลัน เป็นต้น สามารถใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษาจากหน่วยบริการของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ ทั้งนี้สามารถใช้บริการกรณีฉุกเฉินและกรณีอุบัติเหตุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

หน้าที่ 1 2 3 4 5 6 7  ทั้งหมด 122 รายการ